วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

ระวัง!!! หนอนพันธุ์ใหม่"ล็อค"ไฟล์เวิร์ด




รายงานข่าวล่าสุด นักวิจัยมัลแวร์จากบริษัท Panda Security เตือนผู้ใช้ว่า พบหนอนพันธุ์ใหม่ที่สามารถ"ล็อค" ไฟล์เอกสารทั้งหมด ตลอดจนไฟล์พรีเซนเทชั่น รวมถึงอีเมล์ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดมันเข้าไปด้วย "พาสเวิร์ด" นั่นหมายความว่า ผู้ใช้จะไม่สามารถเข้าถึงไฟล์เหล่านี้ได้อีกต่อไป หากไม่รู้รหัสผ่าน

หนอนดังกล่าวชื่อว่า Clippo.A โดยเจ้าหนอนร้ายตัวนี้จะทำการก็อปปี้ตัวเองด้วยไฟล์ทีมีชื่อว่า PICTURE.EXE และ SOUND.EXE เข้าไปในทุกโฟลเดอร์ในเครื่อง ซึ่งรวมถึงไดรฟ์ภายนอก (พวกยูเอสบีไดรฟ์ก็ด้วย) ตลอดจนแชร์ไดรฟ์บนเน็ตเวิร์กที่ให้สิทธิ์ในการเขียนข้อมูลเข้าไปได้ นอกจากนีมันยังจะมีการทิ้งไฟล์ชื่อ FILE.EXE เข้าไปในรากของไดรฟ์ C: พร้อมทั้งเพิ่มคำสั่ง "load=c:\file.exe" เข้าไปที่รีจิสทรี startup ใน HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows NT\Current\Version\Windows เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว หนอนตัวนี้จะตั้งค่าพาสเวิร์ดในการเข้าถึงไฟล์เอกสาร Word, PowerPoint หรืออีเมล์ใน Outlook ด้วยชุดตัวเลข 721709031350 ใครที่กำลังโดนเล่นงานด้วยอาการลักษณะนี้อยู่ลองใช้พาสเวิร์ดนี้ดูนะครับ

ส่วนใหญ่โปรแกรมมัลแวร์ที่มีการบล็อคไม่ให้สามารถเข้าถึงไฟล์สำคัญๆ ตลอดจนคุณสมบัติบางอย่างของระบบปฏิบัติการ มักจะมีการขู่ร้องขอเงิน เพื่อให้ได้โปรแกรมแก้ไข หรือรหัสในการปลดล็อค ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ ransomware แต่สำหรับหนอนตัวนี้มันไม่ได้มีการร้องขอเงินแต่อย่างใด "เป้าหมายของหนอนตัวนี้ไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่ต้องการป่วนผุู้ใช้เท่านั้น" นักวิจัยจาก Panda Security ตั้งข้อสังเกต นอกจากนี้ มัลแวร์ส่วนใหญ่ในโลกไซเบอร์มักจะเพ่งเล็งไปที่การขโมยข้อมูล แต่หนอนตัวนี้ก็ไม่ได้มีกลไกการทำงานในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด มันไม่ได้ทำให้ผู้สร้างได้ผลประโยชน์ หรือเงินทองแต่อย่างใดเลย ซึ่งตรงข้ามกับนิสัยมัลแวร์ที่พบกันโดยทั่วไป โชคดีที่ Clippo จะติดได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 2003 และ XP (รวมถึงเวอร์ชันก่อนหน้านี้) ผู้ใช้ที่โดนเล่นงานสามารถลบมันได้จาก registry ที่กล่าวไปข้างต้น และลบไฟล์ c:\file.exe ทางที่ดีควรอัพเดตแอนตี้ไวรัสด้วย

Microsoft แจกฟรี Windows Phone 7 ให้กับพนักงาน




ข่าวไอที ทันทีที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) นำเสนอ Technical Preview สำหรับ Windows Phone 7 ไปเมื่อต้นสัปดาห์ ล่าสุดทางบริษํทยังคงเดินเกมรุกหนักกับโอเอสสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วยการแจกฟรี Windows Phone 7 กับพนักงานทั่วโลกร่วม 90,000 คน โดยเฉพาะพนักงานในแผนกขาย และประชาสัมพันธ์ที่มีหน้าที่ต้องติดต่อกับคู่ค้า และสื่อนอกบริษัท นับเป็นก้าวที่กล้าและน่าสนใจมากๆ สำหรับการตัดสินใจทุ่มทุนในครั้งนี้
ความจริง พนักงานในไมโครซอฟท์หลายพันรายได้ใช้ Windows Phone กันแล้วก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ใช้เป็นประจำ เป้าหมายของการทุ่มทุนครังนี้ก็เพื่อสร้างกระแสของ Windows Phone ให้เกิดขึ้นกับคนภายในบริษัทก่อน เนื่องจากก่อนหนานี้มีรายงานว่า พนักงานหลายคนใช้ iPhone ของ Apple คู่แข่งหมายเลขหนึ่งของบริษัท



อย่าง ไรก็ตาม หากย้อนกลับไปในปี 2007 เมื่อครั้งที่ iPhone เปิดตัว สตีฟ จอบส์ได้กล่าวในที่ประชุมของบริษัทว่า พนักงานที่ทำงานเต็มเวลา และทำงานกับ Apple มาแล้วมากกว่าหนึ่งปีจะได้รับ iPhone ไปใช้ฟรี!!! สำหรับการแจกสมาร์ทโฟน Windows Phone 7 ให้กับพนักงานบริษัทไมโครซอฟท์แทบทุกคน ไม่ได้มีการเปิดเผยว่า มันจะเป็นรุ่นใด หรือจากผู้ผลิตรายใดบ้าง แต่ดูเหมือนเครื่องจะได้ฟรี

Kaspersky 2011 โฉมใหม่สายพันธุ์รัสเซีย



ในที่สุดโฉมใหม่ของ Kaspersky 2011 ก็ออกเสียที กับโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมไปด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาให้แฟน ๆ แอนติไวรัสค่ายนี้ได้ใช้กัน และเป็นที่แน่นอนว่า Product ใหม่ ๆ จะออกมาเป็นแพ็คคู่กันให้เลือกใช้ ซึ่งประกอบด้วย

•Kaspersky Anti-Virus 2011 (KAV)
•Kaspersky Internet Security 2011 (KIS)

โฉมหน้าของ Kaspersky Anti-Virus 2011



โฉมหน้าของKaspersky Internet Security 2011



สำหรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของเวอร์ชันนี้ ได้แก่
•New Safe Surf feature for unparalleled online security
ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยคุณให้ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม Safe Surf เมื่อเริ่มใช้งานฟีเจอร์นี้ คุณจะสามารถวางใจได้เลยว่า ทุก ๆ หน้าเว็บที่เปิดขึ้นมา จะไม่มีเว็บอันตราย หรือเว็บที่ไม่พึงประสงค์อย่างแน่นอน โดยการทำงานนี้จะอาศัยฐานข้อมูลอัพเดทจาก Kaspersky นั่นเอง
•System Watcher technology
จ้องไม่กระพริบด้วย System Watcher ช่วยให้คุณสบายใจได้ว่าการทำงานของเครื่องคุณ ไมมีไวรัสมาแอบแฝงทำงานร่วมด้วยอย่างแน่นอนจากระบบตรวจสอบที่มีความแม่นยำ และทันทีที่มีการทำงานที่บ่งบอกได้ถึงความเสี่ยงใด ๆ โปรแกรมจะแจ้งเตือนให้ทราบ และจัดการทันที
•Easy-Access Desktop gadget
ฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณจัดการ Kaspersky ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นกับ Gadget ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการการทำงานของ Kaspersky ในคลิกเดียว



ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน
คุณสามารถ ดาวน์โหลดตัวทดลองการใช้งาน 30 วัน หรือสั่งซื้อได้ที่ http://www.kaspersky.com/trials

การอัพเดทจาก 2010 เป็น 2011
สำหรับท่านที่ใช้เวอร์ชัน KAV และ KIS 2010 อยู่สามารถอัพเกรดเป็น 2011 ได้โดย หลังจากที่ดาวน์โหลดเสร็จแล้ว สามารถลงทับได้ โดยไม่จำเป็นต้อง uninstall ตัวเก่าออก

สามารถดาวน์โหลด ได้ที่ http://www.kaspersky.com/productupdates

Android 2.2 ไม่เหมาะกับ "แท็บเล็ต"?

รายงานข่าวล่าสุด ผู้บริหารอาวุโสของ Google กล่าวยอมรับว่า Android 2.2 (Froyo) ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ"แท็บเล็ต" (tablet) โดยจะเกิดปัญหาเมื่อผู้ใช้ติดต่อเข้าไปยัง Android Market อุ๊ปส์!!! แล้วอย่างนี้ ถ้าซื้อแท็บเล็ตสายพันธุ์ Android ก็ทำให้ใช้งานได้ไม่คุ้มค่า หรือเปล่า?


ในขณะที่กระแส Android กำลังมาแรง โดยเฉพาะในตลาดสมาร์ทโฟน แถมยังส่งผลมายังตลาด Tablet อีกด้วย แต่คำกล่าวของผู้บริหาร Google ที่ออกมาบอกว่า โอเอส Android 2.2 ไม่เหมาะกับอุปกรณ์ประเภท "แท็บเล็ต" จะทำให้ตลาดนี้สะดุด หรือเปล่า? Hugo Bare ผู้จัดการแผนกอุปกรณ์โมบายของ Google กล่าวชัดเจนว่า Android 2.2 ไม่ได้ออกแบบมา เพื่อใช้เป็นโอเอสสำหรับแท็บเล็ตพีซี อ้่าว?




Bare อธิบายว่า เนื่องจาก Android 2.2 เป็นโอเอสที่ไม่ได้ออกแบบมา เพื่อใช้กับ "แท็บเล็ต" ตั้งแต่ต้น ดังนั้นลูกค้าที่ใช้แท็บเล็ตที่รันด้วยโอเอสตัวนี้ อย่างเช่น Samsung Galaxy Tab อาจจะประสบกับปัญหาเวลาเชื่อมต่อแท็บเล็ตเข้าไปยัง Android Market เพื่อโหลด หรือซื้อแอพพลิเคชัน (เชื่อมต่อเข้าไปยัง Android Market เพื่อโหลด หรือซื้อ App ไม่ได้?) อย่างไรก็ตาม Android เวอร์ชันต่อไปที่ Google เรียกว่า "Gingerbread" จะทำงานเข้ากันได้กับแท็บเล็ตมากกว่า หรือจะเป็นเวอร์ชันถัดไปอีกอย่าง "Honeycomb" อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียดว่า ผลของการพัฒนา Android OS รุ่นต่อไปให้ทำงานเข้ากันได้ดีกับแท็บเล็ตจะมีจุดเด่นอะไรที่่น่าสนใจอีกบ้าง?




Bare ยังกล่าวอีกด้วยว่า เนื่องจากโอเอสของ Google ไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อแพลตฟอร์ม "แท็บเล็ต" ตั้งแต่แรก ดังนั้นปัญหาจึงอาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้แท็บเล็ตที่รันโอเอสตัวนี้ เพิ่มขึ้นเรื่่อยๆ จนกว่า Google จะแจกจ่ายเวอร์ชันอัพเดต อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญที่ได้มีโอกาสทดสอบ Samsung Galaxy Tab ในงาน IFA 2010 ที่ผ่านมา กล่าวว่า เท่าที่ลองใช้ดูไม่พบปัญหาใดๆ จากการใช้แอพพลิเคชัน เอาเป็นว่า ใครที่มีแท็บเล็ตสายพันธุ์ Android อยุ่ในมือตอนนี้ ช่วยกันแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับว่า ประสบกับปัญหานี้ หรือไม่ อย่างไร? เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเพื่อนๆ ที่ติดตามเว็บไซต์ arip ท่านอื่นๆ ด้วยนะครับ

Twitter ดีไซน์ใหม่กิ๊กคลิกดูวิดีโอได้เลย

ทวิตเตอร์ (Twitter) ไมโครบล็อกยอดนิยมปรับแต่งแปลงโฉมอีกครั้ง งานนี้ต้องเรียกว่า "ยกเครื่อง"เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะลิงค์ของสื่อต่างๆ ที่สามารถดูได้จากใน Twitter เลย แทนที่จะต้องเปิดหน้าบราวเซอร์อันใหม่ขึ้นมาอีก

ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้ Twitter.com หากต้องการชมภาพ หรือวิดิโอที่เพื่อนๆ ส่งลิงค์มาให้ จะต้องเปิดหน้าเว็บแยกต่างหากจากบริการของทวิตเตอร์ ประเด็นก็คือ ประมาณ 1 ใน 4 ของทวีตที่มีการส่งให้กันในบริการจะมาพร้อมกับลิงค์ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ ทางเว็บไซต์ได้ตัดสินใจอัพเกรดดีไซน์ใหม่ ซึ่งใช้ง่ายกว่าเดิมทั้งในส่วนของหน้า User Profile ไปจนถึงเลย์เอาต์ที่คล้ายกับที่เห็นบน Apple iPad และแน่นอน Twitter เวอร์ชันใหม่ผู้ใช้สามารถดูภาพ หรือวิดีโอจากในหน้าเว็บที่ให้บริการได้ทันที โดยไม่ต้องโดดออกไปเปิดหน้าเว็บใหม่อีกต่อไป





การที่ Twitter สามารถอัพเกรดบริการ"ลิงค์"แบบใหม่ได้นั้น เป็นผลมาจากการประกาศความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีอีก 16 ราย อย่างเช่น YouTube, Flickr, uStream และ Justin.tv นั่นเอง ทั้งนี้ Twitter.com เวอร์ชันใหม่จะค่อยๆ ทะยอยเปิดให้ใช้กับผู้ใช้ทั่วโลก ซึ่งต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์อยู่เหมือนกัน "เราต้องการเว็บไซต์ที่ดีกว่า" Biz Stone ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter กล่าว "มันไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาก 4 ปีแล้ว" ปัจจุบัน Twitter มีผู้ใช้มากกว่า 160 ล้านราย และในปีนี้มันมีการเติบโตของผู้ใช้บริการบนมือถือสูงถึง 250% เลยทีเดียว Evan Williams ซีอีโอ Twitter กล่าวว่า ทวิตเตอร์เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ชอบอ่านข้อความบล็อกสั้นๆ เช่นเดียวกับผู้ที่ชอบเขียนอะไรสั้นๆ และนั่นคือ คุณค่าของบริการนี้ที่ใช้ง่ายมากๆ (ไม่ต้องออกแรงสร้างเว็บ เพื่อให้มีเว็บ และใช้งานเว็บ)

GreenSound ชุด"ลำโพงแก้ว"เสียงใสกิ๊ง

เวลาพูดถึงลำโพง หลายคนจะนึกถึงตู้ไม้ที่มาพร้อมกรวยสีดำที่สามารถยุบและเด้งตัวเข้าออกตามความเร้าใจของจังหวะดนตรีที่เล่นออกมา แต่สำหรับลำโพงที่จะแนะนำคุณผู้อ่านในวันนี้ มันทำมาจาก"แก้ว"ที่ดูคล้ายเครื่องประดับตกแต่งบ้านมากกว่าจะมองว่าคือ "ลำโพง" เครื่องเสียงชั้นหรูที่ให้เสียงดังกังวานใสกิ้งไปทั่วบริเวณ...ว้าว!!!

GreenSound Technology ได้พัฒนาลำโพงที่สามารถสร้างเสียงเพลงให้ออกมาดังกังวาน 360 องศารอบทิศทาง ซึ่งลำโพงที่ว่านี้มีลักษณะแตกต่างจากลำโพงทั่วไป โดยเป็น"แผ่นแก้วใสบางๆ" คล้ายใบมีดที่ถูกเซาะให้เกิดร่องเล็กๆ โดยรอบ พร้อมทั้งเจาะรู เพื่อให้เสียงที่เกิดจากการสั่นของแผ่นแก้วใสที่ใช้แทนลำโพงมีความก้องกังวานหวานหูได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้ การสั่นของแผ่นแก้วรูปทรงดังกล่าวทำให้เกิดเสียงขึ้นมา โดยเสียงที่ออกด้านบนจะให้เสียงสูงแหลมออกมา



"ลำโพงแก้วที่เห็นในรูปนี้ ทางบริษัทบอกว่า มีหลายโมเดล และคุณสมบัติการทำงานที่แตกต่างกันได้เช่นเดียวกับลำโพงทั่วไป โดยมันมีทั้่งแบบที่ทำหน้าที่เป็น Subwoofer ด้วย ทั้งนี้ในรูปแบบที่เห็นเป็นทรงสูงชื่อ Serac Towers จะสามารถให้กำลังเสียงได้มากถึง 25 วัตต์ที่ช่วงความถี่ 300Hz-15kHz โดยแก้วไม่แตก ในขณะที่ลำโพงทรงเตี้ยที่อยู่ตรงกลางชื่อว่า Bravura จะทำหน้าที่เป็น Subwoofer ที่ตอบสนองเสียงความถี่ต่ำสุดได้ถึง 40Hz แต่มีกำลังถึง 150 วัตต์ ทึ่สำคัญลำโพงเหล่านี้ทำงานแบบไร้สายด้วยวงจรที่อยู่ฐานล่างของมัน ลองชมคลิปตัวอย่างจากในงานแสดงข้างล่างนี้ดูนะครับ แล้วคุณจะทึ่ง แต่เชื่อว่า ถ้าได้ยินราคาคาดว่าน่าจะอึ้งยิ่งกว่า

ญี่ปุ่นพัฒนาหุ่นยนต์"ตั๊กแตน"ยักษ์!!!

ญี่ปุ่นยังคงมุ่งหน้าพัฒนาหุ่นยนต์แปลกๆ มาให้ได้ชมกันอยู่เสมอ โดยเน้นความสามารถในการแสดงท่าทางได้เหมือนสิ่งมีชีวิตจริงๆ ตั้งแต่ หุ่นยนต์ปลา หุ่นยนต์สุนัข หรือแม้แต่หุ่นยนต์นก ล่าสุดสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว กำลังสนใจพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีการเคลื่อนที่น่าสนใจที่ไม่ใช่การเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือบินบนท้องฟ้า แต่เป็นการกระโดด นั่นก็คือ "หุ่นยนต์ตั๊กแตน"




Air Hopper เป็นหุ่นยนต์เลียนแบบการเคลื่อนที่ของตั๊กแตน แม้หน้าตาของมันจะดูไม่เหมือนสักเท่าไรก็ตาม Air Hopper จะมีสี่ขาที่แข็งแรงมาก สามารถดีดตัวเองให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า หรือกระโดดสูงในแนวดิ่งได้ เท้าทั้งสี่ของมันยังติดล้ออีกด้วย นั่นหมายความ เวลาที่มันกระโดดไปข้างหน้า เมื่อลงถึงพื้นแรงเฉื่อยที่อยู่ในตัวจะพาให้มันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยล้อได้อีก (กรณีพื้นเรียบ) คุณสมบัติของหุ่นยนต์ตั๊กแตนก็คือ มันสามารถกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง (เพื่อสอดแนม หรือช่วยเหลือคนที่อยู่ด้านหลังกำแพงกั้นในสงคราม หรือกรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ ก็ได้) แทนการปีนไต่ ความลับของกลไกการทำงานก็คือ ท่อลมแรงดันสูงสีน้ำเงินที่จะดันขาสีดำให้กดพิื้น เพิ่อดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในการทดลองการทำงานของหุ่นยนต์พบว่า Air Hopper สามารถกระโดดไปข้างหน้าได้ไกล 70 ซม.ที่ระดับความสูงจากพื้น 40 ซม. ตัวหุ่นยนต์ทำจากพลาสติก โดยลำตัวมีความยาว 1.29 เมตร สูง 52.2 ซม. และหนัก 32.4 กก. โห...หนักขนาดนี้ กำลังขาของหุ่นยนต์ต้องดีมากๆ ทีเดียวนะเนี่ย

Dell Inspiron Duo แท็บเล็ต+เน็ตบุ๊ค

ในงาน IDF 2010 ที่จัดขึ้นโดย Intel ตัวแทนจากบริษัท Dell ที่กล่าวบนเวทีได้นำเสนอแก็ดเจ็ตที่หลายคนต้องทึ่งในดีไซน์ของมันนั่นคือ Dell Inspiron Duo ด้วยความที่เป็นลูกผสมระหว่าง"แท็บเล็ต" (tablet) กับ"เน็ตบุ๊ค" (netbook) โดยสามารถแปลงร่างกลับไปกลับมาได้

Dell Inspiron Duo เป็นเน็ตบุ๊คที่ดีไซน์ให้สามารถใช้งานได้สองวัตถุประสงค์นั่นคือ เป็นทั้งเน็ตบุ๊คและแท็บเล็ต ซึ่งหากพูดแบบนี้ คุณผู้อ่านก็คงจะบอกว่า ก็ไม่เห็นมันจะประหลาดอะไรเลย เพราะมันมีรูปแบบนี้บนโน้ตบุ๊คสมัยก่อนที่สามารถแปลงร่างเป็นแท็บเล็ตได้มาตั้งนานแล้ว ประเด็นมันอยู่ตรงการแปลงร่างที่ไม่เหมือนเดิม เพราะแทนที่จะใช้วิธีหมุนทั้งจอด้วยจุดหมุนที่อยู่ด้านล่าง เพื่อพลิกกลับไปอีกด้านแล้วพับลงมาปิดคีย์บอร์ด เน็ตบุ๊ครุ่นนี้ใช้วิธีหมุนจอในแนวนอน (แกนหมุนอยู่ด้านข้างของจอทั้งสองด้าน) โดยกรอบของหน้าจอจะไม่ถูกหมุน เหมือนกับตลบเฉพาะหน้าจอออกไปด้านตรงข้ามนั่นเอง (ชมภาพ และคลิปวิดีโอประกอบความเข้าใจ)



สำหรับเน็ตบุ๊คลูกผสมของ Dell รุ่นนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ภายในเครื่องใช้ CPU เป็น Dual Core Atom N550 จาก Intel และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 Premium (ซีพียูแรงขึ้น โอเอสที่ใช้กต้องแรงขึ้นไปด้วย) งานนี้เรียกเสียงฮือฮาจากผู้เข้าร่วมประชุมในงาน IDF 2010 ได้พอสมควร แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ ชอบไหม? เน็ตบุ๊ค+แท็บเล็ตที่มีวิธีแปลงร่างแบบนี้ หากสนใจทางบริษัทกล่าวว่าจะวางตลาดช่วงปลายปีนี้

Foam Printer ปั้นฟองสบู่เป็นตัวอักษร?

ผู้ที่เข้าชมงาน IFA 2010 โดยเฉพาะเด็กๆ ประหลาดใจกันยกใหญ่ เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วเห็น"ฟอง"รูปตัวอักษรต่างๆ ลอยฟ่องเต็มไปหมด ใครหนอที่ทำสิ่งน่าอัศจรรย์นี้ให้เกิดขึ้นมาได้ แต่อย่างว่า ความลับไม่มีในโลก ในที่สุดเราก็พบต้นตอที่ผลิตเจ้า"ฟอง"ตัวอักษรดังกล่าว มันคือ "Foam Printer" หรือเครื่องพิมพ์"ฟองสบู่" ที่สามารถปั้น "ฟองสบู่" ให้เป็นตัวก็ได้



งานนี้ถ้าจะให้เป่าฟองแบบที่สมัยเด็กๆ ใช้น้ำยาสระผม หรือสบู่กับหลอดมาจุ่มแล้วเป่าเป็นฟองขนาดเล็กลากต่อกันไปเป็นตัวอักษรคงเป็นไปได้ยาก แต่ในงาน IFA 2010 มีคนช่างคิดประดิษฐ์เจ้า Foam Printer ที่ใช้แม่แบบเจาะรูปเป็นตัวอักษรวางอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างทำหน้าที่เป่าฟองให้ฟูฟ่องขึ้นมาตามช่องตัวอักษรที่เจาะไว้ ก่อนที่จะใช้แกนเหล็กทรงกระบอกปาด เพื่อให้ฟองเล็กที่เรียงชิดติดกันเป็นตัวอักษร (หรือแบบต่างๆ) หลุดออก และล่องลอยไปตามสายลมอย่างสวยงามราวกับปุยเมฆยังไงยังงั้น เล่าให้ฟังอย่างนี้ อาจจะนึกภาพไม่ออก ลองดูคลิปข้างล่างนี้ดีกว่า รับรองว่าคุณต้องทึ่งแน่ๆ

HRP-4 หุ่นยนต์รุ่นใหม่ใช้ดูแล"ผู้สูงอายุ"

ประชากรผู้สูงอายุในญี่ปุ่นนับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่อัตราเกิดของประชากรลดลงทำให้ไม่มีประชากรเพียงพอที่จะดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้ และนั่นคือทีมาที่ทำให้ประเทศญึ่ปุ่นต้องพัฒนาหุ่นยนต์อย่างจริงจัง เพื่อให้พวกมันดูแลประชากรเหล่านี้แทนนั่นเอง ฟังดูคล้ายภาพยนต์ไซไฟเลยนะครับ แต่มันเป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้





ล่าสุดบริษัท AIST และ Kawada Industries ได้พัฒนาฮิวแมนอยด์ (Humanoid) หรือหุ่นยนต์ชนิดที่มีโครงสร้างร่างกายคล้ายมนุษย์ โดยอยู่ในซีรียส์ HRP-4 (จำหุ่นยนต์สาวน้อยหุ่นเพรียวที่ออกมาร้องเพลงหน้าไมค์ให้ฟังเมื่อปีที่แล้วได้ หรือเปล่าครับ จำไม่ได้คลิกที่นี่) ซึ่งภารกิจสำคัญของหุ่นยนต์ตัวนี้ก็คือ การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุนั่นเอง


iOS 4.2 อัพเกรด iPad เป็นคอมพิวเตอร์

รายงานข่าวล่าสุด Apple ออก iOS 4.2 เวอร์ชันทดสอบให้กับกลุ่มนักพัฒนาได้ไปลองใช้กัน ซึ่งโอเอสตัวใหม่ยังมีการอัพเกรดคุณสมบัติการทำงานในรูปแบบ"มัลติทาสกิ้ง" (multitasking) ให้กับ iPad เช่นเดียวกับ iPhone และ iPod Touch ตลอดจนคุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่า AirPrint ผลลัพธ์ก็คือ iPad จะมีความสามารถใกล้เคียงคอมพิวเตอร์มากขึ้นนั่นเเอง


แม้จะต้องรอไปอีกสองเดือนกว่า iOS 4.2 เวอร์ชันสมบูรณ์จะออกมา (สงสัย Apple คงรอดูความเคลื่อนไหวของ Android 3 ที่ Google เพิ่งจะแย้มมาว่ามันจะเหมาะกับแท็บเล็ตมากกวา Froyo) แต่แค่เวอร์ชันทดสอบก็ทำให้ผู้ใช้ iPad โดยเฉพาะกลุ่มนักพัฒนาที่ได้มีโอกาสทดลองใช้ก็หัวใจพองโตไปตามๆ กันแล้ว เพราะมันทำให้ iPad ของพวกเขามีความเป็น"คอมพิวเตอร์"มากขึ้น แม้ว่าคุณสมบัติเหล่านี้จะมีให้ใช้บน iPhone แล้วก็ตาม

ด้วยความที่ iPad มีขนาดของหน้าจอใหญ่กว่า iPhone และ iPod Touh การใช้งานจึงสะดวกกว่ามาก ประกอบกับคุณสมบัติใหม่ใน iOS 4.2 บน iPad อย่างเช่น Multitasking เมื่อดับเบิ้ลคลิ้กบนปุ่ม Home ทำให้ผู้ใช้ได้เห็นทาสก์บาร์ขนาดใหญ่กว่า อีกทั้งการสลับสับเปลียนแอพฯที่จะใช้งานก็สะดวกกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แอพฯบางตัวยังไม่สนับสนุนการทำงานลักษณะนี้ นอกจากนี้ การใช้มัลติทาสกิ้งบน iPad ที่มีหน่วยความจำแค่ 256MB อาจจะฟังดูเป็นข้อจำกัดมากกว่า แต่โดยรวมก็ดูน่าพอใจ ใน iOS 4.2 ยังมีเปลี่ยนฟังก์ชันการทำงานเล็กน้อยอีกด้วย กล่าวคือ ปุ่มล็อคการหมุนหน้าจอแสดงผล สามารถใช้งานแทนปุ่มปิดเสียงแทน ส่วนการล็อคหน้าจอจะใช้วิธีเปิดทาสก์บาร์แล้วเลื่อนไปทางซ้ายสุดเหมือน iPhone 4

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ IE9 ที่คุณต้องรู้!!!

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้เปิดตัว Internet Explorer 9 Beta โดยมุ่งเน้นให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ในการใช้บราวเซอร์ที่น่าประทับใจมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็ว (จุดอ่อนของ IE ตั้งแต่อดีต) อินเตอร์เฟซการใช้งานที่ง่ายขึ้น และสนับสนุน HTML5 อย่างไรก็ตาม ยังคงมีรายละเอียดต่างๆ ที่ผู้ใช้ต้องทราบเกี่ยวกับ IE9 ซึ่งได้มีการรวบรวมไว้แล้วดังนี้

IE9 มีการทำงานที่เร็วขึ้น ประเด็นแรกก็คือ IE9 มีการทำงานที่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุที่ผู้ใช้เปลี่ยนใจจาก IE ไปใช้ Google Chrome และ Opera ด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็คือ IE7 และ IE8 ทำงานค่อนข้างช้า ทั้งการโหลดและเรนเดอร์หน้าเว็บ ซึ่งใน IE9 ไม่เพียงแต่จะปรับปรุงประสิทธิภาพความเร็วในการรัน JavaScript ให้ไล่กวดคู่แข่งได้อย่างกระชั้นชิดเท่านั้น แต่ยังเพิ่มคุณสมบัติเร่งความเร็วกราฟิกที่การทำงานในระดับฮาร์ดแวร์โดยตรง (Firefox 4 Beta และ Firefox 5 สนับสนุนคุณสมบัตินี้ด้วยเช่นกัน) อีกด้วย นั่นหมายความว่า ทั้งเบื้องหน้าและเบื่องหลังของการทำงานของ IE9 จะเร็วขึ้น จนผู้ใช้รู้สึกได้

ไม่สนับสนุนการทำงานบน Windows XP สำหรับผู้ใช้ที่รัน Windows XP (โอเอสเก่าแก่ที่มีอายุ 10 ปีแล้ว) ต้องเสียใจด้วยที่ระบบของคุณไม่เหมาะกับ IE9 เนื่องจากมันได้รับการพัฒนาให้ใช้ข้อได้เปรียบของการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows 7 และใช้ความสามารถของ DirectX รุ่นใหม่สำหรับการเร่งกราฟิกระดับฮาร์ดแวร์ (Graphic Hardware Acelleration) ที่มีอยู่ใน Windows Vista รวมถึงคุณสมบัติของ Aero Destop ซึ่งคุณสมบัติการทำงานเหล่านี้ไม่มีใน Windows XP ที่มีผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก

ช่องเสิร์ชแยกต่างหากได้จากคุณไปแล้ว ใน IE9 ได้เดินตามรอยบราวเซอร์ Chrome กล่าวคือ มันได้รวมเอาช่องเสิร์ช (Search) ที่แยกต่างหากเข้ากับช่องป้อนแอดเดรส (Address box) เป็นช่องเดียวกันเรียบร้อยแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือ ช่องเดียวสามารถใช้ได้ทั้งป้อน Address ของเว็บไซต์ และคีย์เวิร์ดที่ต้องการค้นหานั่นเอง ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการ Search จาก Bing ไปเป็น Google ได้ที่ Internet Options แท็บ General ในเซคชั่น Search คลิกปุ่ม Settings

IE9 จะเป็น IE เวอร์ชันเดียวเท่านั้นในพีซีของคุณ? ความหมายในที่นี้ก็คือ IE9 Beta จะไม่เหมือนกับ Platform Preview โดยเมื่อคุณติดตั้ง IE9 เข้าไปในเครื่อง มันจะไปทับ IE เวอร์ชันที่คุณใช้อยู่ตอนนี้ ซึ่งจะทำให้คุณไม่สามารถรัน IE7 หรือ IE8 ควบคู่ไปกับ IE9 บนพีซีเครื่องเดียวกันได้นั่นเอง

ปักหมุด (pin) เว็บไซต์ลงบนทาสก์บาร์ (Taskbar) เหมือน"แอพพลิเคชัน" คุณสมบตินี้จะใช้ได้กับ Windows 7 เท่านั้น (ลากมาวางบนทาสก์บาร์ได้เลย) ส่วนผู้ใช้ Windows Vista จะสามารถเพิ่มเว็บไซต์เข้าไปใน Start Menu เพื่อสั่งรันเหมือนแอพฯได้ โดยเมื่อ pin เว็บไซต์ลงไปบนทาสก์บาร์ ผู้ใช้จะสังเกตเห็นไอคอนของเว็บไซต์ปรากฎขึ้นมาทำให้สะดวกต่อการสังเกต และเรียกใช้งาน นอกจากนี้ในบางเว็บไซต์อย่างเช่น Facebook เมื่อคุณ pin บน taskbar แล้ว มันยังเชื่อมโยงการทำงานกับ Jumplist ด้วย นั่นหมายความว่า เมื่อคลิกขวาบนไอคอน คุณจะเห็นเมนูในการเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ของเว็บไซต์อย่างเช่น News, Messages, Friends และ Events
IE9 ดาวน์โหลดง่าย และปลอดภัยกว่าเดิมด้วย Download Manager ด้วยคุณสมบัติใหม่นี้ นอกจากจะช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความปลอดภัยในการดาวน์โหลดเข้าไปอีกด้วย โดยเมื่อผู้ใช้ยอมรับที่จะดาวน์โหลดไฟล์ใดๆ ก็ตาม Download Manager ของ IE9 จะสแกน"มัลแวร์"ที่อาจจะแฝงตัวมากับไฟล์นั้นด้วยเทคโนโลยี "Reputation" ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ปลอดภัยจากเหล่าร้าย ผู้ใช้สามารถเปิด Download Manager ได้ด้วยการกด Ctrl+J (ชอร์ทคัตเดียวกันกับ Firefox และ Chrome)

Notifications เปลี่ยนไป ระบบแจ้งเตือนอัพเดตต่างๆ แทนที่จะใช้แถบสีเหลืองโชว์ด้านบนของเว็บเพจ ซึ่งใน IE9 การแจ้งเตือนอย่างเช่น การดาวน์โหลด หรือการจดจำพาสเวิร์ด ข้อความจะแสดงขึ้นที่ด้านล่างของหน้าจอแทน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการศึกษาของไมโครซอฟท์ที่พบว่า โดยธรรมชาติของสายตาผู้ใช้มักจะมองลงที่ด้านล่างของหน้าเว็บ ซึ่งการย้ายไปเตือนที่ด้านล่างน่าจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกว่า

ปุ่ม Link หายไป เพื่อลดความซับซ้อนของอินเตอร์เฟซ IE9 จะมีการลดแถบการใช้งานต่างๆ ที่อยู่ด้านบนลงไปที่ดีฟอลต์ อย่างเช่น แถบ Favorites แต่คุณสามารถเรียกม้นคืนกลับมาได้ โดยคลิกขวาบนเมนูแล้วเลือก Favorites Bar นอกจากนี้ ไซด์บาร์ของ Favorites/Feeds/History จะถูกย้ายไปอยู่ด้านขวาแทนจากเดิมที่อยู่ด้านซ้าย แต่คณสามารถย้ายมันกลับมาที่ด้านซ้ายได้ด้วยปุ่มลูกศร

ดึง"แท็บ"ออกมาเปิดเป็นหน้าต่างใหม่ได้ อันนี้เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติใหม่ใน IE9 ซึ่งมีอยู่ในคู่แข่งทุกรายไม่ว่าจะเป็น Firefox, Chrome, Safari และ Opera นอกจากนี้ tab ของ IE9 ยังใช้ข้อได้เปรียบของ Windows 7 อีกด้วย กล่าวคือ คุณสามารถลากแท็บออกมาด้านข้าง เพื่อให้แสดงหน้าต่างใหม่ครึ่งหนึ่งของหน้าจอได้ทันที

สนับสนุนเว็บไซต์ที่ใช้ HTML5 เว็บไซต์ที่พัฒนาด้วยโค้ด HTML5 จะสามารถใช้งานกับ IE9 ได้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว นั่นหมายความว่า ผู้ใช้จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการใช้เว็บไซต์ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นต่างๆ อย่างเช่น การสนับสนุน SVG และ Canvas ตลอดจน Video และ Audio บนเว็บไซต์สักที

หน้าแสดงแท็บใหม่ (new-tab page) เปลี่ยนไป คุณสมบัตินี้จะคล้ายกับ Chrome ที่แสดงเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าไปดูบ่อยในลักษณะของหน้าจอขนาดเล็ก (thumbnail) โดยใน IE9 นอกจากจะแสดงเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว ยังเพิ่มแถบสีที่ยาวสั้นต่างกัน เพื่อให้ผู้ใช้เห็นได้ด้วยว่า คุณเข้าเว็บไซต์เหล่านี้บ่อยแค่ไหน และสามารถลบได้หากต้องการความเป็นส่วนตัว แถมยังสามารถเข้าถึงคุณสมบัติ InPrivate ได้จากหน้านี้

กล่าวโดยสรุป IE9 Beta มีพัฒนาการที่น่าพอใจพอสมควร แม้จะยังไม่ 100% แต่นี่มันยังไม่ใช่เวอร์ชันสมบูรณ์นะครับ เชื่อว่า วันที่ IE9 ตัวจริงออกมา เราคงจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของการทำงานที่น่าสนใจกว่านี้อีกมากมาย

Notebook กำลังจะตาย เพราะ iPad?

รายงานข่าวนี้ชวนให้ตกใจสำหรับผู้ทีใด้อ่านอย่างแน่นอน เมื่อซีอีโอจากห้างจำหน่ายสินค้าคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่อย่าง BestBuy ออกมาตั้งคำถามว่า "โน้ตบุ๊คกำลังจะตายหรือเปล่า?" สาเหตุมาจากการที่เขาได้ตั้งข้อสังเกตจากสถิติยอดขายสินค้าในร้านแล้วพบว่า ไอแพด (iPad) กำลังเขมือบยอดขายของโน้ตบุ๊คลดลงถึง 50%


สถาบันการเงินอย่าง Morgan Stanley ตั้งข้อสังเกตว่า อัตราการเติบโตของยอดขายโน้ตบุ๊คเทียบปีต่อปีติดลบเป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคม โดยพวกเขาบอกว่า มันเป็นปรากฎการณ์ "แท็บเล็ตกลืนโน้ตบุ๊ค" ซึ่งมี ipad เป็นหัวหอก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของโน้ตบุ๊คที่ติดลบก็ไม่ได้หมายความว่า โน้ตบุ๊คกำลังจะไปไม่รอด แต่เราไม่รู้เหมือนกันว่า รูปแบบของการเติบโตของยอดขายจะยังคงเป็นอย่างนี้ในปี 2011 หรือไม่? อัตราการเติบโตของโน้ตบุ๊คตกลงตั้งแต่เดือนมีนาคม และในเดือนกันยายนมันยังมีแนวโน้มที่จะลดลงอีก 4% นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไม Dell, Samsung และ HP กำลังแข่งกันทำตลาดแท็บเล็ตก่อนที่จะไม่สามารถแตะเบรค Apple ได้อีกต่อไป


"แท็บเล็ต"กำลังจะทำให้โน้ตบุ๊คพบจุดจบอย่างนั้นหรือ? บางทีการตัดสินตอนนี้ มันอาจจะเร็วเกินไป แม้ตัวเลขสถิติที่เห็นมันจะชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านั้นก็คงไม่มีใครเชื่อว่า ตลาดเดสก์ทอปจะหดหายไปจนเกือบมองไม่เห็น แต่นั่นเป็นเพราะวันนี้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการเพียงโน้ตบุ๊ค พูดง่ายๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่จะออกมาแทนที่คอมพิวเตอร์รู้แบบเก่านั่นเอง อย่างไรก็ดี โน้ตบุ๊คคงจะไม่หายไปจากตลาดเร็วๆ นี้ เหมือนเดสก์ทอปที่ยังคงมีใช้งานในองค์กรธุรกิจ และอุตสาหกรรมต่างๆ หลายปีจนถึงปัจจุบัน แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับคิดว่า โน้ตบุ๊คจะถูก"แท็บเล็ต"เข้ามาเสียบแทนที่ในอนาคต แบบที่โน้ตบุ๊คเข้ามาแทนที่เดสก์ทอปในปัจจุบัน หรือไม่?

Google Me ไม่ใช่ Facebook แต่เป็น...

ข่าวลือก่อนหน้านี้อ้างว่า Google เตรียมเปิดบริการใหม่ที่เรียกว่า "Google Me" โดยเป้าหมายคือ โซเชียลเน็ตเวิร์กที่ทางบริษัทพัฒนาออกมาต่อกรกับ Facebook ข่าวดังกล่าวได้ถูกนำมาหยิบยกพูดถึงกันอีกครั้ง เมื่ออีริค ชมิดท์ ซีอีโอของ Google ได้เปิดเผยข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับบริการใหม่ที่ว่านี้



เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Eric Schmidt ซีอีโอ Google ได้ให้รายละเอิยดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการของบริษัท ซึ่งมีประเด็นหนึ่งที่มีการนำมาขยายความกันต่อนั่นก็คือ แผนการเข้าสู่สมรภูมิโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยชมิดท์ได้ตอบคำถามที่ว่า โซเชียลเน็ตเวิร์กมีความสำคัญต่ออนาคตของ Google อย่างไร? และ Google จะต่อสู้กับคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรง (Facebook) ได้อย่างไร?
Schmidt กล่าวว่า "เรามองโซเชียลเน็ตเวิร์กแตกต่างจากทุกคนที่กำลังเขียนถึงมัน สิ่งที Google ต้องการคือ การทำให้ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นโดยใช้ข้อมูลจากโซเชียลฯ สิ่งที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นถ้า Facebook เปิดเครือข่าย และให้เราเข้าไปใช้ข้อมูลนั้นได้ แต่ถึงแม้จะทำเช่นนั้นไม่ได้ เราก็มีวิธีอื่นๆ อีกมากมายที่จะทำให้ได้ข้อมูลเหล่านั้น เรากำลังพยายามเพิ่มองค์ประกอบของโซเชียลเน็ตเวิร์ก (เข้าไปในผลิตภัณฑ์หลัก) เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Google ดีขึ้น ด้วยการยินยอมจากผู้ใช้ โดยเฉพาะการที่เราสามารถรู้ได้ว่า ใครคือเพื่อนของคุณ เราจะสามารถแนะนำสิ่งที่ผู้ใช้แต่ละคนต้องการได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม รวมถึงคุณภาพการค้าหาที่ดีกว่าด้วย"

นอกจากคำกลาวของชมิดท์แล้ว แหล่งข่าวทีเคยทำงานกับ Google ได้พูดถึงบริการใหม่ว่า "Google Me ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ แต่มันเป็นเลเยอร์ของการทำงานแบบโซเชียลบนผลิตภัณฑ์ทั้งหมด (ฟังดูไม่ค่อยจะเห็นประโยชน์กับผู้ใช้สักเท่าไร)" นอกจากนี้แหล่งข่าวยังกล่าวว่า "Google Me จะผลักดันให้เกิดกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้ที่มาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google ทั้งหมด โดยมี Google Buzz ที่จะได้รับการปัดฝุ่นใหม่ให้ทำหน้าที่่เป็นตัวกลาง แต่ปัจจุบัน Google Buzz ยังไม่ได้ทำงานร่วมกับ Google Apps" แม้จะยังไม่ชัดเจนว่า Google จะเดินหมากนี้อย่างไร แต่ที่แนๆ คือ ทางบริษัทคงจะไม่ยอมให้ Facebook ครองข้อมูล และส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้ไปอย่างนี้นานๆ อย่างแน่นอน Google Me จะเป็นกาวประสานใจของผู้ใช้ทั่วโลกด้วย Google Apps และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายที่ดีกว่า การใช้แอพฯ และแลกเปลียนความคิดเห็นกันใน Facebook หรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไป

HTC เปิดตัวคู่แข่ง iPhone 4 ถึง 2 รุ่น

รายงานข่าวล่าสุด HTC บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในไต้หวัน ประกาศเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ถล่มคู่แข่ง iPhone 4 ของ Apple ถึง 2 รุ่นด้วยกัน โดยชูจุดแข็งที่"จอแสดงผล"ขนาดใหญ่สำหรับ HTC Desire HD และคีย์บอร์ด QWERTY แบบเลื่อนได้สำหรับ HTC Desire Z ซึ่งทั้งสองรุ่นทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ของ Google ทั้งนี้การเปิดตัวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจาก Nokia เปิดตัวสมาร์ทโฟน 3 รุ่นใหม่ที่ตั้งใจจะทุบ iPhone 4 เพียงแค่วันเดียว

สำหรับมือถือ HTC รุ่นใหม่จะเกาะกระแสความต้องการสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยระบบปฏิบัติการที่ใช้จะเป็น Android 2.2 (Froyo) ของ Google และถึงแม้ HTC จะเป็นผู้เล่นในตลาดมือถือแอนดรอยด์ที่ได้รับความนิยมด้วยอินเตอร์เฟซ HTC Sense แต่กระนั้นอินเตอร์เฟซรุ่นใหม่ที่ออกมาก็ยังคงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก คงจะมีการปรับแต่งเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงประสิทธิภาพของการทำงานที่ลื่นไหลขึ้น


ในส่วนของ HTC Desire HD จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว (10.9 ซม.) ตัวถังทำจากอะลูมิเนียม (กล้อง 8M, บันทึกวิดีโอไฮเดฟฯ 720p, โพรเซสเซอร์ 1GHz, ทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Android 2.2) ซึ่งหากเทียบขนาดเครื่องกับ Apple iPhone 4 พบว่า Desire HD จะสูงกว่า 8 มม. กว้างกว่า 10 มม. และหนากว่า 2.5 มม. แต่เทียบหน้าจอแล้วจะรู้สึกว่า หน้าจอของ iPhone 4 ที่มีขนาดแค่ 3.5 นิ้วจะดูเล็กไปเลย อย่างไรก็ตาม เรื่องของน้ำหนักเครื่องน่าจะเป็นประเด็นสำหรับผู้ใช้ เนื่องจาก HTC Desire HD จะหนักถึง 164 กรัม ในขณะที่ iPhone 4 แค่ 137 กรัมเท่านั้น ส่วนอีกรุ่นหนึ่ง HTC Desire Z (หน้าจอ 3.7 นิ้ว โพรเซสเซอร์ 1GHz กล้อง 5M และคีย์บอรด์ QWERTY) จะหนักกว่า HD เนื่องจากมีคีย์บอร์ดมาด้วย ทำให้น้ำหนักรวมของตัวเครื่องเป็น 180 กรัม ในขณะที่มีขนาดเท่าๆ กับ HTC Desire ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องของน้ำหนักมือถือเป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งสำหรับการตัดสินใจ อย่างกรณีของ Nokia N97 ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ แม้คีย์บอร์ดที่มากับเครื่องจะบาง และกว้าง เพื่อสะดวกต่อการพิมพ์ก็ตาม


HTC เป็นคู่แข่งที่ Apple ต้องจับตา โดยเฉพาะการเปิดตัวบริการใหม่สำหรับมือถือของทางบริษัทที่เรียกว่า HTCSense.com ที่ให้บริการในลักษณะ Cloud service ซึงจะคล้ายกับ MobileMe ของ Apple โดยบริการดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถควบคุมมือถือจากคอมพิวเตอร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแบ็คอัพข้อมูลบนมือถือไปไว้บน internet cloud ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ และโดยอุปกรณ์เชื่อมต่อเว็บใดๆ ก็ได้ นั่นหมายความว่า หากเจ้าของมือถือลืมมันไว้ที่บ้าน หรือทำหาย ตัวเจ้าของจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ลืมมันไว้ที่ไหน ตลอดจนล็อคการทำงานของมือถือผ่านทางเน็ต แถมยังสั่งให้มือถือฟอร์เวิร์ดสายที่เรียกเข้าไปยังหมายเลขบนมือถือเครื่องอื่น หรือจะฝากข้อความถึงผู้ที่พบมือถือ รวมถึงการลบข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในเครื่อง หากคิดว่า ยังไงก็ไม่มีวันได้มือถือกลับคืนมา ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ Apple คิดค่าบริการนี้ ในขณะที่ HTC ให้บริการฟรีกับเจ้าของมือถือ HTC Desire HD และ Z